• football banner
  • one star banner
  • togobet slide1

หน่อไม้ ไร้ประโยชน์ แต่ก็กินได้ โดยระมัดระวัง

หน่อไม้ ชื่อที่ได้ยินเมื่อไรก็น้ำลายสอขึ้นมาทันที ด้วยความพิเศษที่ไม่ว่าะนำไปปรุงอาหารเป็นเมนูอะไรก็มีรสชาติที่อร่อยหน่อไม้

ของอร่อยมักจะไม่มีประโยชน์ ประโยคที่อาจจะเคยได้ยินบ่อย ๆ หน่อไม้ก็เป็นผักหนึ่งชนิดที่ถูกขนานนามว่ามีแต่โทษ ไม่มีประโยชน์ไม่ควรรับประทาน วันนี้เรามาค้นหาคำตอบพร้อมกันว่า หน่อไม้ไร้ประโยชน์ จริงหรือไหมหน่อไม้ เป็นคำที่ใช้เรียกหน่ออ่อนของไผ่ที่แตกจากเหง้าใต้ดิน ซึ่งสามารถรับประทานได้ มีชื่อสามัญว่า Bamboo Shoot ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Bambusa spp. อยู่ในวงศ์ Poaceae

หน่อไม้ มีสรรพคุณช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ป้องกันอาการท้องผูก ช่วยย่อยอาหาร เพราะหน่อไม้เป็นอาหารที่ให้เส้นใยสูง จึงช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เมื่อหน่อไม้ผ่านการย่อยร่างกายจะดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด ส่วนกากอาหารที่เหลือหรือสารพิษต่าง ๆ เช่นยาฆ่าแมลงหรือโลหะหนักจะไปรวมกันที่ลำไส้ใหญ่

ไร้ประโยชน์ได้ชื่อว่าไร้ประโยชน์ เนื่องจากผู้คนเชื่อว่าหน่อไม้ไม่มีคุณค่าทางอาหารทั้งยังมีโทษจากไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารที่นำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น การผลิตไนลอน เรซิ่น หรือการนำมาทำเป็นยาฆ่าแมลง อาการที่เกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารที่มีไซยาไนด์คือ เกิดอาการปวดหัว หายใจยาก ความดันโลหิตต่ำ มึนลง หมดสติ แต่หากรับสารพิษเข้าไปในปริมาณที่เกิน 1.5 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว

1 กิโลกรัม ก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เพราะไซยาไนด์ จะเข้าไปจับธาตุเหล็กในกระแสเลือด ไม่ให้นำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ เซลล์สมองจึงหยุดการทำงานสารไซยาไนด์ที่มีอยู่ในอาหารนั้น สามารถกำจัดได้ด้วยความร้อน ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของหน่อไม้ จึงต้องทำให้
สุกก่อนทุกครั้ง โดยนำหน่อไม้สดมาต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 20 – 30 นาที จำนวน 1 ครั้ง สำหรับหน่อไม้ดองควรหลีกเลี่ยงเพราะเป็นอาหารที่มีสารไซยาไนด์ต่อมิลลิกรัมสูง แต่หากต้องการับประทานควรต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 15 – 20 นาที จำนวน 2 ครั้ง จากนั้นจึงเทน้ำต้มทิ้งก่อนนำมา
ปรุงประกอบอาหาร

ผู้ป่วยที่ไม่แนะนำให้รับประทานหน่อไม้ คือ ผู้ป่วยโรคเกาต์ เพราะหน่อไม้มีสารพิวรินสูง อาจจะทำให้กรดยูริกที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเกาต์สูงขึ้น รวมทั้งผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกทางปัสสาวะ หากร่างกายมีการสร้างกรดยูริกมากเกินไปหรือไตขับยูริกได้น้อยลง เนื่องจากไตเสื่อม กรดยูริกก็จะตกผลึกตามข้อ ผนังหลอดเลือด ไต และอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดข้อและโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ เช่น ข้อพิการ นิ่วในไต กระดูกพรุน เป็นต้น        แม้จะมีประโยชน์ ก็มีโทษ … แม้มีโทษ ก็ป้องกันได้ …